Emotion
เมษายน 19, 2014, 01:09:58 AM*

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
การค้นหาขั้นสูง  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องวุ่นๆของ USB Handy Drive กับวิทยุรถยนต์  (อ่าน 1355 ครั้ง)
CORONA 5A
Newbie
*
กระทู้: 26

142 Db 1700W


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 07:24:14 PM »

เรื่องวุ่นๆของ USB Handy Drive กับวิทยุรถยนต์ (1)  อ้างจาก www.caraudioonline.net

แนวคิด Plug and Play  ทำให้มีการนำช่องต่อ USB ทะยอยนำไปบรรจุไว้ในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภท เนื่องจากสามารถทำงานข้ามประเภทอุปกรณ์ได้ หรือที่นิยมเรียกว่าการทำงานแบบ Crossover Function ได้เป็นอย่างดี"

           เทคโนโลยี USB แม้จะเริ่มมีการนำมาใช้งานในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ มากว่า 2 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรจะเป็นหากจะเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีการ์ดหน่วยความจำ ดูเหมือนว่า USB จะก้าวเข้ามาก่อนด้วยซ้ำไป จึงเป็นข้อสังเกตว่า สาเหตุสำคัญซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ไปไม่ถึงดวงดาว นั้นแท้ที่จริงเกิดจากเหตุใดกันแน่

ย้อนรอย USB

            ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีอุปกรณ์เก็บข้อมูลหรือสำรองข้อมูล แบบUSB ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการประยุกต์ใช้งานไปที่ USB Handy Drive นั้น แรงผลักดันสำคัญ มีผลสืบเนื่องจากวงการคอมพิวเตอรืที่มีความพยายามในการริเริ่มนำช่องต่อ USB มาใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 90

            จากความพยายามในการผลักดันยุคนั้น ทำให้ บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ อย่างไมโครซอฟต์ คอร์ปอเรชั่น หันมาให้ความสนใจกับช่องต่อรูปแบบนี้และพัฒนาระบบปฏิบัติการ ขึ้นมารองรับ การทำงานของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรูปแบบนี้ ตั้งแต่ยุคของ ระบบปฏิบัติการวินโดว์ 98 กระทั่งมาสู่ยุคของระบบปกบิติการ วินโดว์ เอ็กซ์พี และ วินโดว์ วิสตา ดังปัจจุบัน

            ด้วยจุดเด่นการทำงานของระบบช่องต่อ USB ที่ไม่จำกัด ด้วยประเภทของอุปกรณ์ หรือจำกัด ด้วยแพลตฟอร์มของผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด Plug and Play  ทำให้มีการนำช่องต่อ USB ทะยอยนำไปบรรจุไว้ในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภท เนื่องจากสามารถทำงานข้ามประเภทอุปกรณ์ได้ หรือที่นิยมเรียกว่าการทำงานแบบ Crossover Function ได้เป็นอย่างดี

            รวมทั้งการทำงานในรูปแบบ Plug and Play จะมีข้อดี คือ สามารถ เสียบเชื่อมต่อหรือดึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB ออก โดยไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องหรือปลดแหล่งพลังงานที่เลี้ยงตัวเครื่องออก หรือที่นิยมเรียกในกันว่า Hot Swap ก็ยิ่งทำให้ได้รับความสะดวกในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น

มัลติมีเดีย จุดประกายการเชื่อมโยง

            เทคโนโลยีมัลติมีเดีย หรือสื่อผสม ซึ่งชูประเด็นเรื่อง ของภาพและเสียง และแอนนิเมชั่น เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดการพัฒนาการประยุกต์ใช้งานช่องต่อ USB มาสู่เชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น หลังจากการนำช่องต่อ USB มาใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ปรากฏว่า เทคโนโลยีช่องต่อรูปแบบนี้ ได้แพร่ขยายอิทธิพลไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้ารูปแบบอื่น จนเกือบจะครบทุกประเภทผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว

            บทบาทของมัลติมีเดีย หรือ เทคโนโลยีสื่อผสม เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นและผลักดันให้ ช่องต่อ USB สามารถแพร่ขยายอิทธิพลและความนิยมนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โยเฉพากับอุปกรณ์มัลติมีเดีย ที่เน้นการนำมาใช้งานเพื่อความบันเทิงด้านภาพและเสียง จะเป็นที่นิยมมากเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น กล้องถ่ายภาพนิ่งระบบดิจิตอล กล้องถ่ายวิดิโอ ระบบดิจิตอล หรือ เครื่องเล่นDVD บ้าน เครื่องเล่น MP3 พกพา

            การนำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้งานร่วมกับ เพื่อการแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันข้อมุลมัลติมีเดียเพื่อความบันเทิงสู่กัน ทำให้ ไม่จำเป็นต้องพกพาสื่อเก็บข้อมูลลักษณะต่างๆที่สอดคลอ้งกับ ผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นๆ ให้ยุ่งวุ่นวาย ลำพังการพกพาเพียงแค่ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB Handy Drive ทำการเก็บข้อมูล แล้วนำมาเสียบใช้งานร่วมกับอุปกรณ์แต่ละประเภทก้สามารถทำให้เราๆท่านๆ เข้าถึงความบันเทิงมัลติมีเดียนั้นๆได้ทันที

ก้าวเข้าสู่เครื่องเสียงรถยนต์

            เทคโนโลยี USB แพร่อิทธิพลเข้าสู่วงการเครื่องเสียงรถยนต์ เมื่อราว 4 ปีที่ผ่านมา ในยุคแรกนั้น เทคโนโลยีช่องต่อ USB ถูกนำเสนอโดย บริษัทผู้ผลิตวิทยุรถยนต์จากฝั่งประเทศจีน แทบไม่น่าเขื่อว่า ฝั่งบริษัทผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นจะยังสงวนท่าที่ในขณะนั้น อยู่มาก

            การปล่อยให้บิรัษทผู้ผลิตค่ายจีนเดินเครื่องทำตลาดวิทยุแบบมีช่องต่อ USB นั้น เท่ากับว่าเป็นการชิมลาง ในตลาดไปในตัว แต่ในยุคนั้นปรากฏว่าไม่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์เท่าที่ควร เนื่องจาก ปัญหาเสถียรภาพการทำงาของระบบโดยรวม

            เรื่องวุ่นๆก็อกแรกของระบบช่องต่อ USB ในวิทยุ รถยนต์เริ่มจากปัญหาเสถียรภาพการทำงาน กล่าวคือ เมื่อนำ USB Handy Drive มาเสียบเข้าที่ช่องเสียบ USB ของวิทยุ รถยนต์ดังกล่าว ปรากฏว่า บางเครื่องยอมเล่น บางเครื่องไม่ยอมเล่น หรือนำ USB Handy Drive อันเดียวกันไปเสียบกับเครื่องหนึ่ง ปรากฏว่าสามารถเล่นไฟล์ในเครื่องได้   แต่เมื่อย้ายไปเสียบเข้ากับวิทยุอีกเครอื่งหนึ่งปรากฏว่าไม่สามารถเล่นได้

            นี่แค่ปัญหาเริ่มต้นก็เล่นเอาป่วนไปทั้งวงการเครื่องเสียงรถยนต์แล้ว สำหรับความรู้สึกของนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์เอง นั้น เมื่อเจอปัญหาความเสถียรแบบที่ว่านี้เข้าไปก็พากันถอดใจไปเป็นแถว เพราะในฐานะคนเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ด้วยกัน จะเข้าอกเข้าใจดีว่า เวลา ตั้งอกตั้งใจจะฟังไฟล์เพลงจาก USB Handy Drive แล้วเครื่องไม่ยอมอ่านไฟล์นั้นมันเซ้งในอารมณ์ขนาดไหน

            ตอนแรกนี้ขอนำเสนอไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนตอนหน้าจะมาคุยกันต่อในประเด็นเรื่องวุ่นๆ ของ USB Handy Drive กับวิทยุรถยนต์กันต่อครับ
บันทึกการเข้า

รถคันอื่นกะช่างเขา...นี่มันรถกรู....สะจายยย
CORONA 5A
Newbie
*
กระทู้: 26

142 Db 1700W


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 07:30:34 PM »

เรื่องวุ่นๆของ USB Handy Drive กับวิทยุรถยนต์ (2)  อ้างจาก www.caraudioonline.net

”กอปรกับในขณะนั้น มีเทคโนโลยีเทียบเคียง ที่เป็นคู่แข่งกับเทคโนโลยี USB อยู่หลายเทคโนโลยีด้วยกัน เช่น เทคโนโลยีการ์ดหน่วยความจำ (Memory card) เทคโนโลยี การเชื่อมต่อเครื่องเล่นไฟล์เพลง iPod เป็นต้น และปรากฏกว่า เทคโนโลยีทั้ง 2 ชนิดที่อ้างอิงถึงนั้น มีเสถียรภาพการทำงานที่คงเส้น คงวามากกว่า “


เรื่องวุ่นๆของ USB Handy drive ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กับผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรถยนต์ เนื่องจาก การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ ยังไม่สามารถหล่อหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกับผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรถยนต์ ได้ จะเห็นได้ว่าในยุคเริ่มต้น เทคโนโลยี USB ที่ก้าวเข้ามามีบทบาทกับระบบเครื่องเสียงรถยนต์ ผู้ที่เริ่มต้น หรือ หันมาให้ความสนใจ กลับไม่ใช่ กลุ่มบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรถยนต์จากญี่ปุ่น แต่กลับกลายเป็นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตจากประเทศจีนแทน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากข้อมูลเบื้องลึก มีการพูดกันมากว่า สาเหตุที่บริษัทญี่ปุ่นเองไม่สนอกสนใจ ที่จะนำเทคโนโลยี USB มาสร้างมูลค่าเพิ่มในวิทยุซีดี ของตน เนื่องจากในยุคนั้น บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้มองว่า เสถียรภาพการทำงานของระบบช่องต่อ USB ยังมีไม่มากเท่าที่ควร โอกาสนำอุปกรณ์สำรองข้อมูลประเภท USB Handy Drive มาเสียบต่อใช้งานแล้วจะเกิดปัญหาในการใช้งาน มีโอกาสเกิดขึ้นสูง

ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในขณะนั้น เมื่อปรากฏกว่าวิทยุซีดี ค่ายจีนที่ออกมา และเป็นรุ่นที่มีช่องต่อ USB ปรากฏว่า เกิดปัญหาการใช้งานติดตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสถียรภาพการทำงาน โดยเฉพาะปัญหาหลัก คือ เสียบ USB Handy Drive บางรุ่นสามารถเล่นกับเครื่องรุ่นนั้นๆได้ บางเครื่อง ไม่สามารถเล่นกับอุปกรณ์ USB Handy Drive บางรุ่นได้ ทำให้เกิดปัญหาติดตามมามากมาย

ถ้ายังจำกันได้ วิทยุ ซีดี ค่ายจีน ยุคแรกๆ ที่มีช่องต่อ USB ที่ตัวเครื่องจะมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพการทำงานมากมาย ทำให้ผู้บริโภคเกิดความลังเล อยู่ไม่น้อย แม่ว่า ในภาพรวมจะถือว่าเป็น ปรากฏการณ์ใหม่ของวงการเครื่องเสียงรถยนต์ ที่ดูแปลกหูแปลกตา แต่เมื่อเริ่มต้นออกสตาร์ท ด้วยอาการ ไม่สมบูรณ์ ทำให้ในระยะแรกๆ ไม่ได้รับความนิยม เท่าที่ควร
กอปรกับในขณะนั้น มีเทคโนโลยีเทียบเคียง ที่เป็นคู่แข่งกับเทคโนโลยี USB อยู่หลายเทคโนโลยีด้วยกัน เช่น เทคโนโลยีการ์ดหน่วยความจำ (Memory card) เทคโนโลยี การเชื่อมต่อเครื่องเล่นไฟล์เพลง iPod เป็นต้น และปรากฏกว่า เทคโนโลยีทั้ง 2 ชนิดที่อ้างอิงถึงนั้น มีเสถียรภาพการทำงานที่คงเส้น คงวามากกว่า
ผลลัพธ์แทบไม่ต้องพูดกันมาปรากฏว่าในช่วงแรกๆ นั้น วิทยุซีดี ที่มีช่องต่อ USB แทบจะถูกกระแส ของเทคโนโลยี คู่แข่งที่อ้างอิงถึง แย่งความสำคัญไปแทบหมด เรียกว่า เกือบสูญพันธุ์ก็ว่าได้ จึงน่าสงสัยว่าที่เป็นเช่นนั้น สาเหตุ หรือข้อเท็จจริงเกิดจากจุดใด
ความเสถียรของFirmware ปัญหาโลกแตกของ USB
การติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่อพ่วง ด้านมัลติมีเดีย ที่นำมาต่อพ่วงกับวิทยุ ซีดี หรือวิทยุรถยนต์ นอกจากความสัมพันธ์สอดคล้องในเรื่องโครงสร้างกายภาพแล้ว องค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อ การทำงานของอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน คือ ความสอดคล้องลงตัวของด้าน Logcal ในที่นี้ก็คือ เรื่องของ ไดร์เวอร์ หรือ ระบบปฏิบัติการ

เนื่องจาก วิทยุซีดี ในรถยนต์ จะมีโครงสร้างระบบปฏิบัติการ แตกต่างจากระบบปฏิบัติการในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การจะทำให้วิทยุรถยนต์ รู้จักอุปกรณ์ เหล่านี้ได้นั้น จะต้องนำเรื่องไดร์เวอร์ USB มาออกแบบเขียนโปรแกรมให้หล่อหลอมเข้ากับระบบปฏิบัติการ ของตัววิทยุ

ในทางทฤษฎี เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วพบว่า การจะออกแบบให้ระบบปฏิบัติการของวิทยุสามารถรองรับหรือทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์ USB ได้อย่างลงตัว ไม่เกิดปัญหาติดขัด หรืออุปสรรคในการทำงานนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ความพยายามในยุคแรก คือ การเริ่มต้นพัฒนา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้สะท้อนออกมาสู่ผลิตภัณฑ์วิทยุ ซีดี ยุคแรกของค่ายจีน ที่หาความคงเส้นคงวาในการทำงานแทบไม่ได้
แม้ว่าอุปสรรคการทำงานของวิทยุ ซีดี ยุคแรกที่มีช่องต่อ USB จะมีความยุ่งยากในการทำงานและเสถียรภาพในการทำงานยังไม่สามารถยอมรับได้ ก็ตาม แต่ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี จึงทำให้ทั้งค่ายผู้ผลิตจากจีน และญี่ปุ่น หยิบเทคโนโลยีนี้ มาขัดสีฉวีวรรณ ให้ สามารถต่อยอดในทางธุรกิจได้ ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี หลังจากค่ายจีน เริ่มเขี่ยลูกเปิดเฟรมนำเทคโนโลยีนี้มาจุดประกาย ให้เกิดมรรคผลในทางธุรกิจ ผลปรากฏว่า การพัฒนาระบบปฏิบัติการเริ่มมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น และเข้าสู่ระดับที่ยอมรับได้ ทำให้บริษัทผู้ผลิตวิทยุซีดี ในรถยนต์ทั้งจากจีนและญี่ปุ่น เริ่มหันมาให้ความสำคัญ กับตลาดในส่วนนี้มากขึ้น เพราะหากสามารถเจาะตลาดในส่วนนี้ ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบการเชื่อมต่อ USB มาเปิดประเด็น และยึดครองตลาด โดยเป็นผู้นำตลาดได้ นั่นหมายถึง รายได้จำนวนมหาศาล ที่จะไหลเข้าสู่บริษัทเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม  แทบไม่น่าเชื่อว่าต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบเชื่อมต่อ USB กับวิทยุซีดี ติดรถยนต์ ขณะที่ถ้าเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ IT อาจใช้เวลาสั้นกว่านี้ในการแก้ปัญหา ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า เทคโนโลยี USB ถือกำเนิดครั้งแรกกับ อุปกรณ์ IT ดังนั้น ความลงตัว คงวามสอดคล้องหรือการทำงานที่คล้องจองจึงทำได้ง่ายกว่า สำหรับอุปกรณ์ เครื่องเยงรถยนต์ จะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่า แต่ระยะเวลา ได้พิสูจน์ ว่า สามารถทำได้ เมื่อทำได้แล้ว การผลักดันตลาดพบว่า สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ได้ ที่สุดแล้ว เทคโนโลยี USB จึงสามารถขับเคลื่อนให้กับแวดวงธุรกิจเครื่องเสียงรถยนต์ มีทางเลือกในการบริโภค เพิ่มมากขึ้นและยังสร้าง เซ็กเมนท์ใหม่ในเชิงการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น อีกด้วย เรื่องยุ่งๆ ในยกแรกเกี่ยวกับอุปกรณ์ USB จึงสามารถยุติไปได้ แต่ ยังคงมีความยุ่งยากในประเด็นอื่นที่ยังคงเป็นอุปสรรค ในตอนหน้าจะมาเล่าสู่กันฟังต่อไปว่า อุปสรรคประเด็นอื่นๆ คืออะไร อย่าพลาดครับ

 
บันทึกการเข้า

รถคันอื่นกะช่างเขา...นี่มันรถกรู....สะจายยย
CORONA 5A
Newbie
*
กระทู้: 26

142 Db 1700W


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 07:35:09 PM »

เรื่องวุ่นๆของ USB Handy Drive กับวิทยุรถยนต์ (3) อ้างจาก www.caraudioonline.net

ปัญหาการใช้งาน อุปกรณ์ USB ในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาลงลึกในรายละเอียด ทั้งที่ผู้คนส่วนใหญ่มักมองว่าอุปกรณ์สำรองข้อมูล ประเภทนี้ไม่น่าจะมีอะไรสลับซับซ้อน เนื่องจากเป็นลักษณะอุปกรณ์สำรองข้อมูล แบบพาสซีฟ ไม่จำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายไฟมาต่อพ่วงให้วุ่นวาย

แต่เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดแล้วจะพบว่า อุปกรณ์ สำรองข้อมูล USB มีสาระสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบมากมายหลายประเด็นเนื่องจาก อุปกรณ์ USB มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ต้องพิจารณา อย่างถี่ถ้วน เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการทำงาน ความเร็ว และการถ่ายทอดคุณภาพเสียง

ตอนที่ผ่านมาได้คุยกันเรื่อง ปัญหาเฟอร์มแวร์ ของวิทยุที่รองรับการทำงานของ USB ที่จะนำมาเสียบต่อพ่วงใช้งาน เนื่องจากวิทยุซิงเกิ้ล ซีดี ที่มีการออกแบบใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ USB มีการพัฒนาระบบเฟอร์มแวร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ระบบ การทำงานที่มีเสถียรภาพการทำงานที่ดี

ขั้นตอนการพัฒนา เฟอร์มแวร์ ของวิทยุซีดี ให้มีความเสถียรมากพอ สามารถรองรับการต่อพ่วงกับวิทยุซีดี ได้นั้น ใช้เวลาราว 3 ปี ดังนั้นในช่วง 3 ปีแรกของการพัฒนาระบบเฟอร์มแวร์เพื่อรองรับการทำงานระหว่างอุปกรณ์ ทั้ง 2 ชิ้นนี้ คือ USB Handy Drive กับวิทยุซีดี จึงยังไม่สามารถสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นได้มากพอ เนื่องจาก มีปัญหาตามมาในการใช้งานค่อนข้างมาก

ยุคสมัยนั้นถ้ายังพอจำกันได้ ก็คือ วิทยุ ซีดี ที่มีช่องต่อ USB แทบไม่มีใครให้ความสนใจเท่าที่ควร เพราะการมีช่องต่อ USB มาให้ก็เปรียบเสมือนว่าไม่มี เพราะการใช้งานต้องมีการวัดดวง บางครั้งใช้งานได้ บางครั้งไม่สามารถใช้งานได้ เป็นการสร้างความปวดเศียร เวียนเกล้า ให้กับผู้บริโภค เป็นอย่างมาก เล่นเอาเข็ดเขี้ยวไปตามๆกัน

เวอร์ชั่น USB ปัญหา ชวนปวดหัว

ความน่าปวดหัวของการใช้งานอุปกรณ์ USB มีปัญหาที่ชวนปวดหัวอีกปัญหาหนึ่ง คือ ความยุ่งวุ่นวายของเวอร์ชั่น USB เนื่องจากยุคที่อุปกรณ์ USB Handy Drive ออกมาวางในตลาดยุคแรกๆ แผนการพัฒนาช่องต่อ USB ที่ได้มีการออกแบบไว้นั้น จะมีการแบ่งยุคของ USB แยกไว้เป็นช่วงๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์มัลติมีเดีย

หากมีการแนะนำเวอร์ชั่น USB ที่มีความสามารถสุงออกมาทันที ย่อมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องความพร้อม ของผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในขณะนั้น ส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถรองรับความสามารถระดับสูงสุดที่ ช่องต่อ USB สามารถรองรับได้ ยิ่งในแง่การตลาดแล้ว ถือว่าไม่เหมาะสม หากจะแนะนำสเปกสูงสุดออกมาวางตลาดในขณะนั้น ทำให้สูญเสียโอกาสในการทำตลาดเพิ่มเติม และยังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของเทคโนโลยีอีกด้วย

ในยุคเริ่มแรก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ให้กับตลาดและบริษัทผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ในเซ็กเมนท์ต่างๆ ได้จัดเตรียมการวางตลาดผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม และยังเป็นการสร้างความเข้าอก เข้าใจ ให้กับผู้บริโภคให้มีความเข้าใจและเกิดการยอมรับในเทคโนโลยีดังกล่าว

ก่อนจะไปพูดคุยเรื่องของเวอร์ชั่น USB ต้องขยายความให้ท่านผู้อ่านเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับ การแบ่งระดับ หรือยุคของ เทคโนโลยีระบบ USB เนื่องจาก การแบ่งระดับหรือแบ่งยุคของอุปกรณ์USB จะแบ่งแยกตามระดับความเร็วในการ เขียน และ อ่าน ข้อมูล

USB เวอร์ชั่น 1.0 เป็นผลผลิตเวอร์ชั่นแรกที่มีการ นำเสนอสู่ สายตาชาวโลก ในราวปี ค.ศ.1996 หรือเมื่อ10 กว่าปีก่อน ข้อมูลจำเพาะ หรือสเปก ของ USB เวอร์ชั่น นี้ จะมีอัตราความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล ที่ระดับ Low Speed จะมีอัตราความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล ที่อัตรา 1.5 เมกกะบิท/วินาที ขณะที่อัตราความเร็วสูงสุด ที่ระดับ Full-Speed จะมีอัตราความเร็วที่ระดับ 12 เมกกะบิท/วินาที

จากนั้นในราวปี ค.ศ.1998 จึงมีการแนะนำเทคโนโลยีระบบช่องต่อ USB 1.1 ที่พัฒนาเพิ่มเติมความสามารถ และ แก้ปัญหาการทำงานของ USB เวอร์ชั่น 1.0 เน้นการเพิ่มเสถียรภาพการทำงานของช่องต่อ USB ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี USB 1.1 แม้จะไม่มีการยืนยันเป็นทางการว่า มีสเปก หรือความสามารถการทำงานในเรื่องอัตราความเร็วการส่งผ่านข้อมูล ที่แตกต่างจาก USB เวอร์ชั่น 1.0 แต่อย่างใด แต่ถือเป็นแม่บท ที่มีการนำมาพัฒนาช่องต่อ USB ในระบบเครื่องเสียงรถยนต์

การพัฒนาระบบเฟอร์แวร์ของวิทยุ ซีดี ชนิดมีช่องต่อ USB จึงเริ่มนำ มาตรฐานการส่งผ่านข้อมูล เวอร์ชั่น 1.0 และ 1.1 ในการใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์วิทยุรถยนต์ เพื่อให้สามารถนำอุปกรณ์USB Handy Drive มาเสียบต่อใช้งานที่ตัวเครื่องวิทยุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคนั้น ปัญหาความไม่เสถียรของเฟอร์มแวร์ ที่ยังไม่ลงตัว กอปรกับ ช่วงเวลาที่วิทยุ ซีดี เริ่มนำช่องต่อ USB ประเภทนี้มาต่อใช้งาน เป็นช่วงเวลาที่ ช่องต่อ USB เวอร์ชั่น 2.0 เริ่มมีการแนะนำเข้าสู่ตลาด (ราวปี ค.ศ.2000) ซึ่งเป็นยุคที่วิทยุ ซีดี เพิ่งเริ่ม จะนำเทคโนโลยี USB มาใช้งาน ทำให้เกิดคามลักลั่นและความสับสน ในการวางแผนการตลาดอยู่พอควร

ตอนหน้าซึ่งจะมาคุยกันต่อว่า ในที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างไร แลละอัตราการเติบโตของช่อง USB ที่ ขยายตัวได้รับความนิยมดังในปัจจุบัน มีความเป็นมาหรือปูมหลังอย่างไร
บันทึกการเข้า

รถคันอื่นกะช่างเขา...นี่มันรถกรู....สะจายยย
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: